ลมแผ่วผ่าวอ้าวอ้างอย่างเฉื่อยเฉื่อย
กลิ่นซากเปื่อยลอยคลุ้งฟุ้งกระแส
มหาเมืองมอดดับดั่งลับแล
เหลือไว้แต่เศษซากเงาเท่าที่เห็น
องค์อากาศธาตุดีดีไม่มีเหลือ
ฝุ่นควันเจือทุกอณูดูเน่าเหม็น
มวลอากาศปราศจากความเป็น
สูดเข้าเส้นสักสองทีถึงที่ตาย
คลองเคี้ยวคดอย่างหมดสารรูป
น้ำจะสูบสักเพียงหยดก็หดหาย
มีเหลือบ้างกระด่างดำ,กลืนน้ำลาย
ดับกระหาย(หรือ)ละลายไส้ ไม่อยากเดา
ปูนระแหงด้วยแรงแดดที่แผดผ่า
เสาไฟฟ้ายืนหมดแรงอย่างแห้งเฉา
ทางด่วนด่วนด้วนวิ่นและสิ้นเงา
ตึกร้างเศร้าเซาซบ ไม่พบคน
ท้องถนนนอนนิ่งไม่ติงไหว
ทอดอาลัยตายอยากซากถนน
บาทวิถีไร้วี่แววของผู้คน
ทุกแห่งหนเหมือนเงียบงัน รอวันตาย
ฤดูแล้งแห่งเมืองที่เฟื่องฟู
กลับเข้าสู่ความระแหงที่แห้งหาย
กลิ่นซากเน่าเคล้าตลบ ศพคนตาย!
ผู้ทำลาย ทั้งหลาย อยู่ในนั้น!
แด่เมือง
7 ก.ย. 2550
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)